October 4, 2022

ปีศาจแดงหมดสิทธิ์ลุ้นทุกถ้วยในซีซั่นนี้ หลังเปิดบ้านให้ ตราหมี บุกขย้ำ 0-1 ในศึก UCL รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ฤดูกาล 2021-22 ตกรอบคาบ้าน

MANCHESTER, ENGLAND – MARCH 15: Jadon Sancho of Manchester United is challenged by Rodrigo De Paul of Atletico Madrid during the UEFA Champions League Round Of Sixteen Leg Two match between Manchester United and Atletico Madrid at Old Trafford on March 15, 2022 in Manchester, England. (Photo by Shaun Botterill/Getty Images)

ความดีใจจากเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถเอาชนะ ทีม ทอตนัม ฮอตสเปอร์ ไปได้ 3-2 ยังไม่ทันจางหาย ล่าสุดเวลาตี 3 ของเช้ามืดวันพุธที่ 16 มีนาคม ตามเวลาในประเทศไทย ในการแข่งขันเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021-22 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ที่ ทัพปีศาจแดง เปิดโรงละครแห่งความฝัน ต้อนรับการมาเยือน ทีม แอตเลติโก มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่จากลีก ลาลีกา สเปน ก็ทำให้แฟนบอลรวมถึงนักเตะในทีมปรับโหมดอารมณ์กันแทบไม่ทัน เนื่องจากในเกมนี้ พวกเขาเปิดบ้านพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือน จากแดนกระทิงดุไปอย่างน่าเสียดาย 0-1 และเนื่องด้วยในนัดแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ทำให้คะแนนรวมทั้ง 2 นัดของฝั่ง ทีมตราหมี มากกว่า ทีมปีศาจแดง 1 คะแนน (ปีศาจแดง 1 – ตราหมี 2) ส่งผลให้ ทีมเจ้าบ้าน เจ้าของโรงละครแห่งความฝัน ต้องฝันสลายไปอีก 1 ฤดูกาล เนื่องจากตกรอบในศึก UCL จึงหมดสิทธิ์ลุ้นโทรฟี่ในทุกรายการไปอย่างคอตก แม้จะเหลือรายการ พรีเมียร์ลีก ให้แข่งขันอีก 1 รายการ แต่ก็ทำได้เพียงการลุ้นช่วงชิงในตำแหน่ง TOP 4 เท่านั้น และจากสถานการณ์ในตอนนี้ ก็เป็นไปอย่างยากลำบากเลยทีเดียว

ราล์ฟ รังนิก ผู้นำทัพชั่วคราวของ ปีศาจแดง นำทัพบุกไปยัง ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน ในนัดแรกของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย และเสมอ 1-1 กับ ตราหมี ทีมเหย้า เก็บคะแนนไปได้ทีมละ 1 คะแนน ก่อนจะกลับไปแข่งเกมลีกและ เสมอกับ วัตฟอร์ด แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เพิ่งเอาชนะ ทอตนัม ฮอตสเปอร์ มาในนัดก่อนหน้า ซึ่งเป็นการคว้าชัยชนะมาได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เกมหลังสุด ส่วนทางด้าน แอตเลติโก มาดริด ที่นำทัพโดย ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือชาวอาเจนไตน์ หลังจากเปิดบ้านเสมอกับ ปีศาจแดง ในนัดแรกของศึก UCL รอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็ชนะในเกมลีก 3 เกมติดต่อกัน ก่อนจะบุกมายัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด และเอาชนะในนัดที่ 2 ไปได้ 0-1 ทำให้คะแนนรวมของ ทัพตราหมี มากกว่า ทีมเหย้า 1 คะแนน เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปได้อย่างเฉียดฉิว ปล่อยให้ทีมเจ้าบ้านอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องปาดน้ำตาตกรอบไปอย่างฝันสลาย

ในเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเหย้า เปิดโรงละครแห่งความฝัน ส่งแข้งตัวหลักพร้อมหน้า นำโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , บรูโน่ แฟร์นานเดส และ เจดอน ซานโช ลงเล่นเป็นตัวจริง ในขณะที่ แอตเลติโก มาดริด ทีมเยือน ไม่น้อยหน้า ส่งแข้งตัวหลักอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ , เชา เฟลิกซ์ และ โกเก้ ลงฟาดแข้งในนัดนี้เช่นกัน ในช่วงแรก ทีมเหย้า พยายามเปิดเกมรุกใส่ ทีมเยือน อย่างเต็มที่และเป็นฝ่ายที่ได้ครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจน ในนาทีที่ 3 ทีมเจ้าบ้านบุกไปยังหน้าเขตโทษโดย ดิโอโก้ ดาโล่ต์ ส่งบอลไปยังกรอบ 6 หลาหน้าประตูให้กับ แอนโธนี่ อีแลงก้า ขึ้นโหม่งข้ามคานไปอย่างเฉียดฉิว ต่อมาในนาทีที่ 13 เจ้าบ้านบุกอย่างต่อเนื่อง โดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าของแฮตทริกในเกมก่อนหน้า ส่งบอลไปขวาให้กับ บรูโน่ แฟร์นานเดส เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษส่งต่อให้ อีแลงก้า ขึ้นชาร์จผ่านหน้า ยาน โอบลัค มือกาวทีมเยือนข้ามคานไปอย่างพลาดโอกาสในการทำประตูขึ้นนำ

ต่อมาในนาทีที่ 15 ทาง ทีมเยือน เริ่มทำการตอบโต้กลับโดย โรดริโก้ เด ปอล ได้จังหวะหน้าเขตโทษซัดบอลด้วยเท้าขวาแต่แฉลบโดนเท้าของ เฟร็ด กองกลางทีมเจ้าบ้าน ก่อนที่ ดาบิด เด เคอา จะปัดไปได้สุดปลายนิ้วพอดิบพอดี เข้าสู่นาทีที่ 20 ทัพปีศาจแดง เกือบได้จุดโทษจากการที่ เรนิลโด้ มานดาวา ทำฟาวล์ใส่ บรูโน่ แฟร์นานเดส ล้มลงในยังเขตโทษ แต่กรรมการในสนามไม่เป่า แม้ผู้เล่นของทีมเจ้าบ้านพยายามประท้วง แต่ก็ไม่มีสัญญาณจากกรรมการห้อง VAR และก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดกรรมการให้เล่นต่อไป ซึ่งในนาทีที่ 34 ทัพตราหมี เกือบได้ขึ้นนำในช่วงที่ โกเก้ ส่งบอลอย่างสวยให้กับ มาร์กอส ยอเรนเต้ เลี้ยงบอลมาทางขวาก่อนแตะเข้าจุดโทษหน้ากรอบ 6 หลา ให้กับ เฟลิกซ์ ขึ้นชาร์จเข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม ก่อนที่กรรมการจะเป่าว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปอย่างน่าเสียดาย

MANCHESTER, ENGLAND – MARCH 15: Bruno Fernandes, Cristiano Ronaldo and Harry Maguire of Manchester United speak to the Referee Slavko Vincic after Renan Lodi of Atletico Madrid (not pictured) scored their sides first goal during the UEFA Champions League Round Of Sixteen Leg Two match between Manchester United and Atletico Madrid at Old Trafford on March 15, 2022 in Manchester, England. (Photo by Michael Regan/Getty Images)

แต่แล้วในนาทีที่ 41 แอตเลติโก มาดริด ก็สามารถทำประตูได้สำเร็จ จากการที่ อ็องตวน กรีซมันน์ วิ่งอ้อมรับบอลทางฝั่งขวาของเขตโทษ ส่งบอลข้ามไปให้ เรนาน โลดี้ ขึ้นโหม่งหน้ากรอบเขตโทษ 6 หลา เสียบเข้าเสาแรกอย่างสวยงาม ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน 0-1 และเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรกในนาทีที่ 45+1 เจ้าบ้านไม่ยอมแพ้ เปิดเกมรุกสู้สุดใจ ก่อนที่เกือบได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะเท้าขวาของ แฟร์นานเดส แต่โชคไม่เข้าข้าง บอลดันเฉียดศรีษะของ เรนิลโด้ ก่อนที่ โอบลัค จะปัดออกไปได้อย่างเฉียดฉิว

จบเกมในช่วงครึ่งแรกด้วยสกอร์ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0 ประตู แอตเลติโก มาดริด 1 ประตู

เข้าสู่ในช่วงครึ่งหลัง เพียง 30 วินาทีแรกเท่านั้น ทีมเจ้าบ้านไม่รอช้าเน้นเกมบุกอย่างเร็ว โดย แฟร์นานเดส เลาะบอลไปทางขวา ก่อนจะเข้าเขตโทษส่งให้ อีแลงก้า ตวัดบอลด้วยเท้าขวาผ่านมือกาวของ โอบลัค ไปได้ แต่บอลดันหลุดออกเสาไปได้เพียงปลายก้อย จนในนาทีที่ 52 ทีมเจ้าบ้านเกือบทำพลาดจากน้ำมือของ กัปตันทีม ซ้ำรอยเดิม จากการที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ หมุนบอลหนีผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่พยายามบุกชาร์จบอลตรงหน้าประตู ก่อนจะไปไม่เป็นและส่งบอลให้ เด เคอา นายทวาร แต่เจ้าตัวกลับตั้งท่าได้ไม่ดี เตะบอลออกไปเข้าทางของ โรดริโก้ เด ปอล เตะเต็มเท้าเข้าเสาแรก โชคยังดีที่ เด เคอา นายทวารจอมเก๋าเซฟเอาไว้ได้ทัน

นาทีที่ 59 ดิโอโก้ ดาโล่ต์ ได้จังหวะทางขวาเปิดบอลข้ามมาให้ เจดอน ซานโช หน้าเขตโทษ เจ้าตัวเตะเต็มข้อ ก่อนบอลเชิดข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย ต่อมาในนาทีที่ 70 ดาวยิงซุปตาร์ โรนัลโด้ เกือบทำผลงานให้ต้นสังกัดได้อีกครั้ง ด้วยการพยายามหนีการประกบของคู่แข่ง และได้จังหวะขึ้นโหม่งทางเสาไกล บอลแรงไปหน่อย พุ่งออกหลังประตูไปอย่างใจหายใจคว่ำ และในนาทีที่ 76 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกือบไล่บี้ตีเสมอได้จาก ลูกฟรีคิกที่ อเล็กซ์ เตลเลส ปั่นโค้งมาทางขวา เข้าเขตโทษตรงไปยัง ราฟาเอล วาราน ขึ้นโขกเต็มแรง แต่ โอบลัค ก็ปัดออกไป จนบอลพุ่งไปทาง โรนัลโด้ ที่ยืนอยู่ด้านซ้าย กระโดดม้วนตัวเตะกลางอากาศยิงซ้ำแบบทุ่มสุดตัว แต่โชคก็ยังไม่เข้าข้าง โอบลัค เซฟไว้ได้อีกครั้ง

MANCHESTER, ENGLAND – MARCH 15: Cristiano Ronaldo of Manchester United performs an overhead kick during the UEFA Champions League Round Of Sixteen Leg Two match between Manchester United and Atletico Madrid at Old Trafford on March 15, 2022 in Manchester, United Kingdom. (Photo by Ash Donelon/Manchester United via Getty Images)

เข้าสู่ช่วงท้ายเกม กุนซือของทั้งสองทีมต่างฝ่ายต่างก็เปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อแก้เกมกันสุดฤทธิ์ ทางทีมเจ้าบ้านได้ลุ้นอีกจังหวะของ ดาโลต์ ที่เลี้ยงบอลทางขวาเข้าเขตโทษก่อนเตะด้วยเท้าขวาผ่านแผงกั้นของ ตราหมี แต่บอลก็ดันหลุดเสาออกไปอีกครั้ง หลังจากนี้ ทางฝั่งทีมเจ้าบ้านพยายามเติมผู้เล่นในแนวรุกลงสนาม แต่ทีมเยือนแก้เกมด้วยการเข้าเล่นแบบถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ และเข้าประกบจอมยิงตัวอันตรายอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทดเวลาบาดเจ็บอีก 4 นาที ทีมเจ้าบ้านพยายามบุก และเกือบได้โอกาสทำประตูหลายครั้ง แม้ เด เคอา ผู้รักษาประตูจะทิ้งประตูมาช่วยทีมในช่วงเฮือกสุดท้าย แต่ทางทีมเยือนก็สามารถตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น ก่อนจะครบทดเวลา 4 นาทีแบบพอดิบพอดีไม่มีเกิน ผู้ตัดสินรีบเป่านกหวีดส่งสัญญาณหมดเวลาการแข่งขัน จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ให้กับ แอตเลติโก มาดริด 0-1 และตกรอบในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลที่ 2021-22 ไปเป็นที่เรียบร้อย ปิดฉากการลุ้นโทรฟี่ในรายการสุดท้ายที่เหลืออยู่ ของฤดูกาลนี้ไปอย่างน่าผิดหวัง ส่วน ทัพตราหมี ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปได้ในที่สุด

MANCHESTER, ENGLAND – MARCH 15: David de Gea of Manchester United in action with Jan Oblak of Atletico Madrid during the UEFA Champions League Round Of Sixteen Leg Two match between Manchester United and Atletico Madrid at Old Trafford on March 15, 2022 in Manchester, England. (Photo by Tom Purslow/Manchester United via Getty Images)

 

รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริง

ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แผนการเล่น : ระบบ 4-2-3-1
ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ รังนิก
ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา
กองหลัง : ดิโอโก้ ดาโล่ต์ , ราฟาเอล วาราน , แฮร์รี่ แม็กไกวร์ , อเล็กซ์ เตลลิส
กองกลาง : เฟร็ด , สกอตต์ แม็คโทมิเนย์
กองหน้า : แอนโธนี่ อีแลงก้า , คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , เจดอน ซานโช , บรูโน่ แฟร์นานเดส

ทีม แอตเลติโก มาดริด

แผนการเล่น : ระบบ 5-3-2
ผู้จัดการทีม : ดีเอโก้ ซิเมโอเน่
ผู้รักษาประตู : ยาน โอบลัค
กองหลัง : มาร์กอส ยอเรนเต้ , โฆเซ่ กิเมเนซ , สเตฟาน ซาวิช , เรนิลโด้ มานดาวา , เรนาน โลดี้
กองกลาง : มาเอคตอร์ เอร์เรร่า , โกเก้ , โรดริโก้ เด ปอล
กองหน้า : เชา เฟลิกซ์ , อ็องตวน กรีซมันน์

ผู้ตัดสินภายในสนาม : สลาฟโก้ วินชิช (ชาวสโลวีเนีย)