May 18, 2022

สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยคนแรกในประวัติศาสตร์วงการนักบิดไทย ที่คว้าแชมป์เวิลด์กรังด์ปรีซ์ จากรุ่น Moto2 มาได้สำเร็จอย่างภาคภูมิใจ

สมเกียรติ จันทรา หรือ ก้อง เจ้าของฉาย คิงคองก้อง นักแข่งจักรยานยนต์ทางเรียบชาวไทยวัย 23 ปี สังกัดทีม อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย (Idemitsu Honda Team Asia) สามารถเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับ 1 ในรอบชิงชนะเลิศ ของการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ในรุ่น Moto2 ในรายการ อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ ที่สนามแข่งเปอร์ตามินา มันดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ สมเกียรติ กลายเป็นผู้พลิกประวัติศาสตร์วงการนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบของไทย เนื่องจากเขาได้กลายเป็น นักแข่งไทยคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์ในรุ่น Moto2 มาครองได้อย่างสำเร็จ

ซึ่งในการแข่งขัน สมเกียรติ ซึ่งเป็นนักแข่งชาวไทยคนเดียวในสนาม ได้เริ่มพุ่งตัวออกจากกริด ตรงตำแหน่งที่ 4 ของสนาม จากนั้นเขาได้เร่งเครื่องพุ่งทยานขึ้นนำทุกคนมาตั้งแต่ในโค้งแรกเลยทีเดียว และเขาได้พยายามเร่งเครื่องจักรยานยนต์คู่ใจของเขา ให้อยู่ในตำแหน่งผู้นำมาโดยตลอดการแข่งขันแบบม้วนเดียวจบ จนเขาสามารถเข้าเส้นชัยมาได้เป็นอันดับที่ 1 จบการแข่งขันไปได้ด้วยเวลา 25 นาที 40.876 วินาที นอกจากที่ สมเกียรติ จะสามารถเป็นนักแข่งไทยคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์ในรุ่น Moto2 มาครองได้สำเร็จแล้วนั้น เขายังเป็นนักแข่งไทยคนแรกที่สามารถคว้าชัยชนะในรายการ เวิลด์กรังด์ปรีซ์ และเป็นนักแข่งไทยคนแรกที่สามารถขึ้นไปยืนผงาดชูถ้วยบนโพเดียมของ Moto2 ได้อย่างสำเร็จ นอกจากนี้แล้วนั้น เขายังได้เป็น นักบิดจากเซาท์อิสต์เอเชียคนแรก ที่ครองตำแหน่งแชมป์ในรุ่นนี้ได้ด้วยเช่นกัน

โดยในขณะทำการแข่งขันนั้น สมเกียรติ ซึ่งได้มีอาการบาดเจ็บที่นิ้วก้อย มือข้างขวาแตก แต่แพทย์ได้ทำการผ่าตัดด่วน ก่อนจะดามเหล็กและใช้ถุงมือที่ออกแบบมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะให้กับเขาตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงทำเวลาได้ดี และเร็วที่สุดเป็นคันแรกทั้ง 2 ควอลิฟาย และเขายังสามารถรักษาระยะ ควบคุมรถได้ดีตั้งแต่ออกสตาร์ท แม้จะมีคู่แข่งที่เป็นตัวเต็ง และแชมป์เก่าจากหลากหลายสนามไล่กดดันอย่างหนักหน่วงตลอดเส้นทางก็ตาม อาทิ แซม โลว์ส อดีตแชมป์โลกสัญชาติอังกฤษ , เจ็ค ดิ๊กสัน นักแข่งไวด์การ์ด Moto GP จากสหราชอาณาจักร , เชเลสติโน่ วิเอ็ตติ ดาวรุ่งมาแรงสัญชาติอิตาลี ผู้เป็นเจ้าของแชมป์ในสนามแรก และ ออกุสโต้ แฟร์นานเดซ นักแข่งสังกัดทีมที่ครองแชมป์โลกปีที่ผ่านมา เป็นต้น

ซึ่งชัยชนะของ สมเกียรติ ในครั้งนี้ เขาสามารถทำเวลาต่อรอบเร็วได้ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทิ้งห่างคู่แข่งในสนาม แม้กระทั่งตัวเต็ง เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกแบบม้วนเดียวจบ ซึ่งเขาสามารถทิ้งห่างจากอันดับที่ 2 อย่าง เชเลสติโน่ วิเอ็ตติ นักแข่งชาวอิตาลี เจ้าของแชมป์สนามแรก 3.230 วินาที และทำให้ สมเกียรติ มีคะแนนรวมเป็น 25 คะแนน ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 โดยเขาสามารถขยับอันดับขึ้นมาถึง 14 อันดับ ซึ่งห่างจากนักแข่งที่มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 1 อย่าง เซเชสติโน่ เวียตติ อยู่ 20 คะแนน โดย เวียตติ มีคะแนนรวมอยู่ 45 คะแนน โดย สมเกียรติ ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมงานถ่ายทอดสด หลังจากที่คว้าชัยชนะมาครองได้อย่างสำเร็จว่า

“ ผมมีความสุขอย่างมาก ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะจบการแข่งขันมาเป็นอันดับที่ 1 ตอนอยู่ในสนามในรอบสุดท้าย เมื่อผมมองเห็นธงตราหมากรุก ผมถึงกับร้องลั่นในใจกับตัวเองเลยทีเดียวว่า ว้าว ผมได้ที่ 1 นี่! และนี่เป็นการได้ก้าวขึ้นไปยืนบนโพเดียมเป็นครั้งแรกของผมด้วย มันสุดยอดมากๆ แน่นอนผมอยากขอบคุณครอบครัวของผม สปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนผม นั่นคือ ฮอนด้าไทย และ อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ทีมของผม ผมขอขอบคุณพวกคุณอีกครั้งจริงๆ ผมจะทำให้การแข่งขันครั้งหน้าดีขึ้นกว่านี้อีกให้ได้อย่างแน่นอน ”

ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นผลจากการที่ทุกฝ่ายร่วมกันทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะสปอนเซอร์ผู้ให้การสนับสนุนอย่าง ฮอนด้า อะคาเดมี โดย สมเกียรติ ได้รับการให้คำแนะนำจาก โค้ชฟิล์ม หรือ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ อดีตนักบิดชื่อดัง ชาวไทยคนแรกที่ได้ลงแข่งขันในรุ่น Moto2 ซึ่ง โค้ชฟิล์ม ก็ได้ให้การดูแล และเป็นที่ปรึกษาให้กับ สมเกียรติ เป็นอย่างดีมาโดยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมาจนประสบความสำเร็จในที่สุด สำหรับในการแข่งขันครั้งหน้า สมเกียรติ จะต้องเดินทางไปแข่งไกลถึงฝั่งละตินอเมริกา ในการแข่งขันรายการ อาร์เจนติน่า กรังด์ปรีซ์ ซึ่ง สมเกียรติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการแข่งขันในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าว่า

“ ในการแข่งขันครั้งหน้า ผมจะต้องไปแข่งขันถึงประเทศอาร์เจนติน่า สำหรับผมในตอนนี้มีความมั่นใจอย่างมาก เพราะการคว้าแชมป์มาได้ในครั้งนี้ด้วย และอีกอย่างรถแข่งคู่ใจของผมก็มีความพร้อม 100 % แต่ถึงอย่างไรผมก็จะพยายามทำให้เต็มที่ แต่ในสนามนี้ คงจะไม่กดดันมากเท่าปีก่อนๆ เพราะผมเองก็เริ่มมีประสบการณ์ และปรับตัวได้บ้างแล้ว ”

นอกจากนี้ สมเกียรติ ยังได้เผยเป้าหมายต่อไปของเขาด้วย นั่นก็คือ การคว้าแชมป์ Moto2 ได้เพิ่มอีกอย่างน้อยใน 2 สนาม ซึ่งก็คือ ที่สนามบุรีรัมย์ และ ที่สนามออสเตรีย และต่อด้วยการขยับก้าวขึ้นไปแข่งขันในรุ่น Moto GP อีกด้วย ซึ่ง เจ้าตัวก็ได้ประกาศอย่างมั่นใจว่า อยากจะขยับชั้นขึ้นไปแข่งขัน Moto GP ในปีหน้าเลย อีกด้วย ซึ่งก็ต้องมารอลุ้นถึงสภาพร่างกายและประเมินความพร้อมของเขากันอีกที