May 18, 2022

โรมัน อบราโมวิช ตัดใจออกแถลงการณ์ขาย สโมสรเชลซี อันเป็นที่รัก หลังโดนคว่ำบาตรจากเหตุการณ์สงครามระหว่างยูเครน-รัสเซีย อย่างหนัก

ABU DHABI, UNITED ARAB EMIRATES – FEBRUARY 12: Roman Abramovich, Owner of Chelsea celebrates with The FIFA Club World Cup trophy following their side’s victory during the FIFA Club World Cup UAE 2021 Final match between Chelsea and Palmeiras at Mohammed Bin Zayed Stadium on February 12, 2022 in Abu Dhabi, United Arab Emirates. (Photo by Michael Regan – FIFA/FIFA via Getty Images)

จากเหตุการณ์ความขัดแย้งกันของสองประเทศระหว่าง ยูเครน และ รัสเซีย ลุกลามบานปลายไปเป็นสงครามสู้รบกัน จนเกิดความเสียหายทั้งในชีวิต และทรัพย์สินอันประเมินค่าไม่ได้ในประเทศยูเครน ทั่วโลกจึงต่างพากันกดดัน คว่ำบาตร ทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศรัสเซีย ซึ่งหนึ่งในผู้ที่โดนพิษจากสงครามนี้เล่นงานอย่างหนัก ก็คือ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของคนปัจจุบันของสโมสรเชลซี สโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ของลีกอังกฤษ ซี่ง อบราโมวิช นับได้ว่าเป็นคนสนิทใกล้ชิดของ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย โดย อบราโมวิช เขาได้ทำการเทคโอเวอร์เข้ามาเป็นเจ้าของสโมสรเชลซี เมื่อปี 2003 ด้วยราคา 140 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 6,300 ล้านบาท และนำพา ทัพสิงโตน้ำเงินคราม ประสบความสำเร็จอย่างมากมายด้วยการคว้าแชมป์ถึง 21 รายการ ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมานี้

โดยหลังจากที่โดนหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการยึดทรัพย์สินของเขาในสหราชอาณาจักร และเกิดการร้องขอไม่ให้เขาเป็นเจ้าของสโมสรเชลซีต่อไป รวมถึงการโดนรัฐบาลอังกฤษเพ่งเล็งอย่างหนัก อบราโมวิช จึงได้ตัดสินใจแถลงการณ์มอบอำนาจการดูแลสโมสรให้กับ มูลนิธิเชลซี (Chelsea Foundation) ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาในหลายประเด็น ว่าเขากำลังปกป้อง สโมสรเชลซี ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เขารักไม่ให้โดนรัฐบาลอังกฤษยึดไป ซึ่งทำให้ องค์กรมูลนิธิการกุศลในอังกฤษเตรียมตรวจสอบในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน และเมื่อสถานการณ์ที่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆตลอดสัปดาห์ จึงทำให้ข่าวเรื่องการที่เขาตัดสินใจขายสโมสรทิ้งถูกลือ และแพร่ขยายไปในวงกว้าง

โดย Telegraph สื่อชั้นนำของอังกฤษ ได้ออกมารายงานเป็นรายแรกว่ามี 3 กลุ่มทุนที่ขอยื่นเรื่องเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเชลซี ต่อจาก อบราโมวิช และทางด้าน Sky Sports สื่อชั้นนำอีกสำนักของอังกฤษก็ได้ทำการรายงานว่า อบราโมวิช ได้ตั้งราคาขายสโมสรอันเป็นที่รักของเขาไว้สูงถึง 3,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 130,000 ล้านบาท โดยรายงานเพิ่มเติมว่า เขาได้มอบหมายให้ เรน กรุ๊ป (Raine Group) ธนาคารในสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ดูแลในเรื่องการขายสโมสรเชลซีในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับทางด้านสำนักข่าว Goal สื่อในวงการฟุตบอลได้รายงานว่า ฮันส์ยอร์ก วิสส์ มหาเศรษฐีชาวสวิตเซอร์แลนด์ วัย 86 ปี ผู้ก่อตั้ง ซินเธส บริษัทผลิตอุปกรณ์ด้านการแพทย์ ซึ่ง ฟอร์บส์ เคยจัดอันดับให้เขามีทรัพย์สินรวมมูลค่าเกิน 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 175,000 ล้านบาท โดยได้ออกมายืนยันว่า เขาคือผู้ที่ได้รับการยื่นข้อเสนอให้เข้าไปเทคโอเวอร์สโมสรเชลซี ร่วมกับกลุ่มนักลงทุนอื่นๆอีก 3 รายด้วยกัน แต่ยังไม่มีความแน่นอนใดๆ เนื่องจากสโมสรมีปัญหาภายในในเรื่องของ ตัวสโมสรเองนั้นเป็นลูกหนี้ของ อบราโมวิช เป็นจำนวนเงินกว่า 2,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 87,000 ล้านบาท โดยหากผู้ใดที่เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรต่อจาก อบราโมวิช ก็จะถือว่าผู้นั้นจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับเขาด้วย

ซึ่ง วิสส์ ได้เปิดเผยกับ Blick หนังสือพิมพ์รายวันของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า “ อบราโมวิช เขาคือพื่อนคนสนิทของ ปูติน แน่นอนว่าเขาเองก็กำลังวิตกกังวลไม่ต่างจากมหาเศรษฐีชาวรัสเซียคนอื่นๆ เขาเองก็กำลังพยายามขายที่อยู่ทุกที่ใน อังกฤษ และหวังว่าจะขาย เชลซี ให้ได้ในเร็ววันด้วย ซึ่งผม และอีก 3 คน ได้รับการยื่นข้อเสนอให้เข้าซื้อ เชลซี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี่เอง แต่ผมเองก็ต้องรอพิจารณาถึงปัจจัยในหลายๆด้านเสียก่อน เพราะในตอนนี้ อบราโมวิช ก็ยื่นเงื่อนไขที่มากมายเหลือเกิน และที่สำคัญ เชลซี เองก็ติดเงินเขาอยู่ถึง 2,000 ล้านปอนด์ และในตอนนี้ เชลซี ก็ไม่มีเงินเลย นั่นหมายความว่า หากผม หรือ ใครก็ตามที่ตกลงซื้อ เชลซี ก็ต้องจะต้องจ่ายค่าตอบแทนนั้นให้กับทาง อบราโมวิช อีกด้วย และในตอนนี้ เราก็ยังไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดในเรื่องของราคาที่ชัดเจน แน่นอนว่าต่อให้ผมจินตนาการออกว่าตัวเองจะเป็นพาร์ทเนอร์กับ เชลซี ได้ แต่ยังไงผมก็ต้องประเมินเงื่อนไขทุกอย่างให้ดีเสียก่อน และสิ่งเดียวที่พูดได้ในตอนนี้ก็คือ หากผมจะเทคโอเวอร์ เชลซี ก็ต้องตกลงร่วมกันกับนักลงทุนรายอื่นด้วย 6-7 คนแน่นอน ”

จนกระทั่งความเคลื่อนไหวล่าสุดของทางด้าน อบราโมวิช เขาได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของสโมสรเชลซีว่า

“ ผมขอชี้แจงถึงทุกคนในเรื่องของสถานการณ์การเป็นเจ้าของ สโมสรเชลซี อย่างที่เคยชี้แจงไปแล้วในก่อนหน้านี้ ผมได้ตัดสินใจด้วยการคำนึงถึงประโยชน์อันสูงสุดของสโมสรมาเป็นอันดับแรกก่อนเสมอ ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ผมตัดสินใจขายสโมสร เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อสโมสร แฟนบอล พนักงาน ตลอดจนผู้สนับสนุนและหุ้นส่วนของสโมสร ”

“ การขายสโมสรจะไม่มีการเร่งรัดใดๆ และจะดำเนินตามขั้นตอนทุกอย่าง ผมจะไม่ขอให้สโมสรต้องจ่ายเงินกู้ที่เคยติดค้างกัน เรื่องนี้ผมไม่เคยเอาเรื่องของธุรกิจและเงินทองมาเกี่ยวข้อง แต่มัน คือ ความหลงใหลที่ผมมีให้กับการแข่งขันฟุตบอล และ สโมสร จากใจจริง มากไปกว่านั้น ผมได้ให้ทีมงานก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศลขึ้น เพื่อนำรายได้สุทธิทั้งหมดจากการขายสโมสร เข้าช่วยเหลือต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของสงครามในประเทศยูเครน รวมไปถึงการจัดมอบเงินทุนที่เร่งด่วนให้กับผู้ประสบภัย ตลอดจนมอบเงินทุนสนับสนุนในการฟื้นฟูในระยะยาวต่อไปด้วย ”

“ ผมอยากให้ทุกท่านได้ทราบว่า การตัดสินใจในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ยาก และ เจ็บปวดมากเหลือเกิน ที่ต้องบอกลาสโมสรไปด้วยเหตุการณ์แบบนี้ แต่ผมเชื่อว่า นี่จะเป็นการตัดสินใจที่เป็นประโยชน์มากที่สุดให้กับสโมสร ”

“ ผมหวังว่าจะได้ไปเยือนยัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อบอกลากับพวกคุณด้วยตนเอง นับเป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดในชีวิตที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ สโมสรเชลซี และผมภูมิใจอย่างมากกับทุกความสำเร็จร่วมกันที่ผ่านมา สโมสรเชลซี และ แฟนบอลทุกคนจะอยู่ในใจของผมตลอดไป

ขอบคุณ

โรมัน ”

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลากว่า 19 ปี นับตั้งแต่ที่ โรมัน อบราโมวิช ได้เขามาเทคโอเวอร์สโมสรเชลซี ในปี 2003 เขาได้พา ทัพสิงโตน้ำเงินคราม พบกับความสำเร็จมากมาย จนเขาขึ้นชื่อในเรื่องของการมีแรงผลักดันที่ยอดเยี่ยม ในการทำทีมฟุตบอลมากที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว เนื่องจากเขามีความเข้าใจในระบบและวิธีการสร้างทีม โดยไม่เคยเอาผลกำไรในบัญชีมาเกี่ยวข้องเลย ซึ่งทำให้ สโมสรเชลซี เติบโตขึ้นอย่างมากตั้งแต่นั้นมา โดยความสำเร็จที่เขาได้รับกับสโมสรแห่งนี้ มีมากถึง 21 รายการด้วยกัน โดยพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 5 สมัย , แชมป์เปี้ยนส์ลีก 2 สมัย , ยูโรป้าลีก 2 สมัย , เอฟเอ คัพ 5 สมัย , ลีก คัพ 3 สมัย , คอมมูนิตี้ชิลด์ 2 สมัย , ยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ 1 สมัย และความสำเร็จล่าสุดที่ได้รับ คือ แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย ด้วยกัน